Make your own free website on Tripod.com

ความรู้เรื่อง Printer

 

 

เครื่องพิมพ์ เป็นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์เพื่อทำหน้าที่ในการแปลผลลัพธ์ที่ได้จาก การประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร ์ให้อยู่ในรูปของอักขระหรือรูปภาพที่จะไปปรากฏอยู่บนกระดาษ นับเป็นอุปกรณ์แสดลงผลที่นิยมใช้ เครื่องพิมพ์แบ่งออกเป็น 4 ประเภท

1.
เครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ (Dot Matrix Printer)
 เครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์เป็นเครื่องพิมพ์ที่นนิยมใช้งานกันแพร่หลายมากที่สุด เนื่องจากราคา และคุณภาพการพิมพ์อยู่ในระดับที่เหมาะสม การทำงานของเครื่องพิมพ์ชนิดนี้ใช้หลักการสร้างจุด ลงบน กระดาษโดยตรง หัวพิมพ์ของเครื่องพิมพ์ มีลักษณะเป็นหัวเข็ม (pin) เมื่อต้องการพิมพ์สิ่งใดลงบนกระดาษ หัวเข็มที่อยู่ในตำแหน่งที่ประกอบกันเป็น ข้อมูลดังกล่าวจะยื่นลำหน้าหัวเข็มอื่น เพื่อไปกระแทกผ่านผ้าหมึก ลงบนกระดาษ ก็จะทำให้เกิดจุดขึ้น การพิมพ์แบบนี้จะมีเสียงดัง พอสมควร ความคมชัดของข้อมูลบน กระดาษขึ้นอยู่กับจำนวนจุด ถ้าจำนวนจุดยิ่งมากข้อมูลที่พิมพ์ลงบนกระดาษก็ยิ่งคมชัดมากขึ้น ความเร็ว ของเครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์อยู่ระหว่าง 200 ถึง 300 ตัวอักษรต่อวินาที หรือประมาณ 1 ถึง 3 หน้าต่อนาที เครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ เหมาะสำหรับงานที่พิมพ์แบบฟอร์มที่ต้องการซ้อนแผ่นก๊อปปี้ หลาย ๆ ชั้น เครื่องพิมพ์ชนิดนี้ ใช้กระดาษต่อเนื่องในการพิมพ์ ซึ่งกระดษาประเภทนี้จะมีรูข้างกระดาษทั้งสองเอาให้ หนามเตยของเครื่องพิมพ์เลื่อนกระดาษ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2. เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก (Ink-Jet Printer)
 เครื่องพิมพ์พ่นหมึก เป็นเครื่องพิมพ์ที่มีคุณภาพการพิมพ์ที่ดีกว่าเครื่องพิมพ์แบบดอตแมทริกซ์ โดยสามารถพิมพ์ตัวอักษรที่มีรูปแบบ และขนาดที่แตกต่งกันมาก ๆ รวมไปถึง พิมพ์งานกราฟิกที่ให้ผลลัพธ์ คมชัดว่าเครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ เทคโนโลยีที่เครื่องพิมพ์พ่นหมึก ใช้ในการพิมพ์ก็คือ การพ่นหมึกหยดเล็ก ๆ ไปที่กระดาษ หยดหมึกจะมีขนาดเล็กมาก แต่ละจุดจะอยู่ในตำแหน่งที่เมื่อประกอบกันแล้ว เป็นตัวอักษร หรือรูปภาพ ตามความต้องการ
 เครื่องพิมพ์พ่นหมึกมีความเร็วในการพิมพ์ มากว่าแบบดอตแมทริกซ์ มีหน่วยวัดความเร็วเป็นในการ พิมพ์เป็น PPM (Page Per Minute) ซึ่งเร็วกว่าเครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์มาก อย่างไรก็ตามถ้าเป็นการพิมพ์ กราฟิกหรือตัวอักษรที่มีรูปแบบในเวลาเดียวกัน เครื่องพิมพ์พ่นหมึกจะทำงานได้ช้าลง กระดาษที่ใช้กับเครื่อง พิมพ์พ่นหมึกจะเป็นขนาด 8.5 X 11 นิ้ว หรือ A4 ซึ่งสามารถพิมพ์ได้ ทั้งแนวตั้งที่เรียกว่า "พอร์ทเทรต" (Portrait) และแนวนอนที่เรียกว่า "แลนด์สเคป" (Landscape) โดยกระดาษจะถูกวางเรียงซ้อนกัน อยู่ในถาด และถูกป้อน เข้าไปในเครื่องพิมพ์ที่ละแผ่นเหมือนเครื่องถ่ายเอกสาร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

3. เครื่องพิมพ์เลเซอร์ (Laser Printer)
 เครื่องพิมพ์เลเซอร์ เป็นเครื่องที่มีคุณสมบัติเหมือนกับเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก แต่สามารถทำงาน ได้เร็วกว่า โดยเครื่องพิพม์เลเซอร์ สามารถพิมพ์ตัวอักษรได้ทุกรูปแบบและทุกขนาดรวมทั้งสามารถพิมพ์งาน กราฟิกที่คมชัดได้ด้วย เครื่องเลเซอร์ใช้เทคโนโลยี เดียวกับเครื่องถ่ายเอกสาร คือยิงเลเซอร์ไปสร้างภาพบน กระดาษในการสร้างรูปภาพ หรือตัวอักษรบนกระดาษ
 หน่วยวัดความเร็วของเครื่องพิมพ์เลเซอร์จะเป็น PPM เช่นเดียวกับ เครื่องพิมพ์พ่นหมึกในปัจจุบัน ความสามารถ ในการพิมพ์ของเครื่องพิมพ์เลเซอร์คุณภาพสูง สามารถพิมพ์ได้หลายร้อยหน้าต่อนาที ซึ่งเหมาะ กับงานในองค์กรขนาดใหญ่ จะนำไปใช้งานในการพิมพ์เอกสารต่าง ๆ ส่วนคุณภาพงานพิมพ์ของเครื่องจะวัด ด้วยความละเอียดในการสร้างจุดลงในกระดาษ ขนาด 1 ตารางนิ้ว เช่นความละเอียดที่ 300 dpi หรือ 600 dpi หรือ 1200 dpi เครื่องพิมพ์เลเซอร์ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ก็จะมีทั้งเครื่องพิมพ์เลเซอร์แบบ ขวา-ดำ และเครื่องพิมพ์ เลเซอร์แบบสี ซึ่งเครื่องพิมพ์เลเซอร์แบบสีจะมีราคาแพงมาก แต่งานพิมพ์ที่ได้ออกมาก็มีคุณภาพสูง

 

 

 

 

 

 

 

 


4. พล็อตเตอร์ (plotter)
 พล็อตเตอร์ เป็นเครื่องพิมพ์ชนิดที่ใช้ปากกาในการเขียนข้อมูลต่างๆ ลงบนกระดาษเหมาะสำหรับงาน เกี่ยวกับการเขียนแบบทางวิศวกรรม (เขียนลงบนกระดาษไข) และงานตกแต่งภายใน สำหรับวิศวกรรมและสถาปนิก
 พล็อตเตอร์ทำงานโดยใช้วิธีเลื่อนกระดาษ โดยสามารถใช้ปากกาได้ 6-8 สี ความเร็วในการทำงานของ พล็อตเตอร์มีหน่วยวัดเป็นนิ้วต่อวินาที (Inches Per Secon : IPS) ซึ่งหมายถึงจำนวนนิ้วที่พล็อตเตอร์สามารถ เลื่อนปากกาไปบนกระดาษ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


เทคโนโลยีของ Printer

 

 

1. Host Based Printing Technology:

            เป็นเทคโนโลยีการใช้ทรัพยากรของ Windows อย่างเต็มประสิทธิภาพโดยเครื่องพิมพ์ จะใช้ WPS (Windows Printing System) ซึ่งเป็นการจัดการประมวลผล งานพิมพ์โดยระบบปฏิบัติการ Windows เอง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ได้แก่ LBP-660

 

 

2.Just In Time" Printing Technology:

            เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การพิมพ์ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ Memory สูง ๆ โดยงานพิมพ์ที่ส่งมานั้นจะถูกแบ่งออกเป็นส่วนเล็ก ๆ แล้วทยอยส่งไปพิมพ์ ซึ่งเครื่องพิมพ์ก็จะสามารถพิมพ์งานออกมาได้ทันทีไม่ต้องรอ ให้ข้อมูลส่งมาครบก่อน ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ได้แก่ LBP-660

 

 

3.On-Demand Fusing Technology:

            เป็นเทคโนโลยีการใช้ฟิล์มเป็นตัวรีดหมึกให้ติดกับกระดาษ ซึ่งภายในมี Ceramic Heater เป็นตัวให้ความร้อน ซึ่งจะทำให้ความร้อนสูงขึ้นถึงอุณหภูมิที่ต้องการ ได้เร็วกว่า นอกจากนั้น ผงหมึกที่ใช้ยังเป็นชนิดที่หลอมละลายที่อุณหภูมิต่ำลง ดังนั้นจึงช่วยให้ประหยัดพลังงานได้มากขึ้น ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ได้แก่ LBP-1760

 

4.Memory Reduction Technology 3 (MRT 3):

            เป็นเทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูลที่ส่งมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้การใช้ Memory บนเครื่องพิมพ์น้อยลง ในขณะที่ความเร็วและคุณภาพของงานพิมพ์ยังคงเดิม ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ได้แก่ LBP-1760, LBP-2460, LBP-3260

 

5.Automatic Image Refinement Technology:

เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความละเอียดของงานพิมพ์ โดยจะทำการแบ่งพื้นที่ บนกระดาษในการที่จะลงผงหมึกให้เล็กลงไปอีก ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะทำการ เพิ่มจุดหรือลบจุดที่จะลงหมึกบริเวณขอบของภาพหรือตัวอักษรให้เอง โดยอัตโนมัติ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ได้แก่ LBP-1760, LBP-2460, LBP-3260, CLBP 460PS, CP 660PS

 

6. Super Fine Toner Technology:

                เป็นลักษณะของผงหมึกชนิดใหม่ที่มีขนาดเล็กลงกว่าเดิม (เล็กกว่า 6 micron) และรูปร่างสมมาตรมากขึ้น ทำให้คุณภาพของงานพิมพ์มีความนุ่ม เรียบ และละเอียดขึ้น ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ได้แก่ LBP-1760, LBP-2460, LBP-3260

 

 

7. Intermediate Transfer Belt Technology:

                เป็นเทคโนโลยีการสร้างภาพ โดยที่หมึกทั้ง 4 สี (C M Y K) จะถูกส่งจาก Photosensitive Drum มายัง ITB (Intermediate Transfer Belt) ก่อน แล้วหมึกจะลงไปติดบนกระดาษทีเดียว ซึ่งทำให้เส้นทางของกระดาษเป็นเส้นตรง ไม่มีการบิดงอ และช่วยลดปัญหากระดาษติดที่ลูก Drum และสามารถรองรับ ชนิดของกระดาษได้หลากหลายขึ้น เช่น กระดาษหนา หรือ แผ่นใส เป็นต้น ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ได้แก่ CLBP 460PS

 

 

8. STARR 2 Compression Technology:

            เป็นเทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูลที่ส่งมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์อีกชนิดหนึ่ง ซึ่งจะทำให้ Memory ต่ำสุดที่เครื่องพิมพ์ต้องการเพียง 32 MB. เท่านั้น ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ได้แก่ CLBP 460PS

 

9. Roller Charging Technology:

            เป็นการใช้ Roller ซึ่งอยู่ติดกับ Photosensitive Drum แทนการใช้ขั้ว Electrode ที่อยู่ห่างจาก Drum ซึ่งการใช้ Roller จะทำให้ไม่เกิดการแตกตัวของ ประจุไฟฟ้าเป็น Ion ผลที่ตามมาก็คือไม่ก่อให้เกิด Ozone ซึ่งเป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้นการใช้เทคโนโลยีนี้จะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้อีกทางหนึ่ง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ได้แก่ CLBP 460PS, CP 660PS

 

 

10. Superfine Optics Technology:

            เป็นเทคโนโลยีทางด้านเลนส์ และลำแสงเลเซอร์ ที่ใช้ในเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ ซึ่งจะมีขนาดของลำแสงที่เล็กมากยิงไปยังเลนส์ ทำให้เพิ่ม ระสิทธิภาพของการพิมพ์ ให้พิมพ์งานออกมาคมชัดและละเอียดขึ้น ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ได้แก่ LBP-1760, LBP-2460, LBP-3260, CLBP 460PS, CP 660PS

 

11. Intermediate Transfer Drum Technology:

                เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนามาจาก Intermediate Transfer Belt (ITB) โดยจะใช้ Photosensitive Drum ส่งหมึกแห้ง 4 สี ลง ITD (Intermediate Transfer Drum) ก่อน แล้วจึงส่งหมึกทั้ง 4 สีลงบนกระดาษ ทีเดียวเลย ทำให้เส้นทางการเดินของกระดาษเป็นเส้นตรง ไม่มีการบิดงอ และยังช่วยลด การเกิดกระดาษติดที่ลูก Drum นอกจากนั้นยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับ กระดาษหลากหลายชนิดขึ้น เช่น กระดาษหนา หรือแผ่นใส เป็นต้น ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ได้แก่ CP 660PS

 

 

12. WAX Toner Technology:

            เป็นผงหมึกชนิดพิเศษที่มี WAX บรรจุอยู่ในเม็ดสี และไม่ต้องใช้ Silicon Oil อีกต่อไป โดยเมื่อกระดาษที่มีหมึกอยู่ด้านบนผ่านไปยัง Fixing ตัว Fixing จะกดให้หมึก หลอมติดบนกระดาษ ซึ่งจะทำให้ WAX ที่อยู่ภายในเม็ดหมึกเคลือบบนหมึกด้านบนทันที ซึ่งแตกต่างจากการใช้ Silicon Oil คือจะไม่เกิดคราบน้ำมันติดบนกระดาษ และภาพจะไม่สว่างเกินจริง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ได้แก่ CLBP 460PS, CP 660PS

 

 

13. RIP While Print & Continuous Print Technology:

            เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การทำงานในขณะพิมพ์ไม่เกิดปัญหา "คอขวด" เนื่องจากการทำงานจะทำแบบขนานกันไป และช่วยเพิ่มความเร็วในการพิมพ์อีกด้วย โดยจะทำการประมวลผลงานพิมพ์ถัดไป ในขณะที่งานพิมพ์ปัจจุบันกำลังทำงานอยู่ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ได้แก่ CLBP 460PS, CP 660PS

 

 

14. ETC Compression Technology:

            เป็นเทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูล ที่ส่งมาทำการประมวลผลในเครื่องพิมพ์ ซึ่งมีความสามารถในการบีบอัดข้อมูลได้มากกว่าเทคโนโลยีแบบ STARR ถึง 2 เท่า ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ได้แก่ CP 660PS

 

15. Automatic Separation Adjustment:

            เป็นกลไกที่เปลี่ยนช่องว่างระหว่าง pick-up roller และ separation roller โดยอัตโนมัติ ตามความหนาของเอกสารซึ่งทำให้สามารถที่จะดูดกระดาษได้ ครั้งละ 1 แผ่น โดยไม่ทำให้กระดาษติดหรือดูดเข้าไป 2 แผ่นในเวลาเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ได้แก่ CD-4046, DR-3020

 

16. Writing Method:

            ใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบ "track at-once" และ "packet writing" ซึ่งทำให้สามารถที่จะบันทึกข้อมูลเข้าไปยังพื้นที่ที่ยังไม่ได้ถูกเขียนบน disk เลยได้อีก โดยไม่จำเป็นจะต้องทำงานให้เสร็จภายในครั้งเดียว สามารถที่จะทำต่อในครั้งต่อไปได้อีก ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ได้แก่ CD-4046

 

17. Noise Elimination:

            เป็นฟังก์ชั่นในการลบจุดที่เกินมาของข้อมูลที่ได้ โดยการเช็คจากข้อมูลที่ได้ออกมา ถ้ามีบริเวณที่จุดสีดำที่ถูกล้อมรอบโดยสีขาวทั้งหมด ก็จะเช็คว่าเป็นส่วนเกิน จะทำการลบจุดนั้นออกจากข้อมูล ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ได้แก่ CD-4046, DR-3020

 

18. Error Diffusion:

            เป็นฟังก์ชั่นใช้สำหรับข้อมูลที่เป็นรูปภาพ เพื่อให้รูปภาพที่ออกมาใกล้เคียงกับต้นฉบับ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ได้แก่ CD-4046, DR-3020

 

19. Edge Emphasis:

            เป็นกระบวนการทางไฟฟ้าซึ่งเน้นความแตกต่างของแสงทำให้ข้อมูลที่ได้ออกมาชัดยิ่งขึ้น ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ได้แก่ CD-4046, DR-3020

 

20. Scanning Element use CIS (Contact Image Sensor):

เป็นเทคโนโลยีที่ให้ภาพคุณภาพสูงในราคาผลิตต่ำ เนื่องจาก CIS ใช้ sensor chip ซึ่งมีความกว้างเท่ากับเอกสารต้นฉบับ (216 มม.) ทำให้ภาพที่ได้ออกมา ขนาดเท่ากันกับต้นฉบับจริง ๆ ไม่ใช่เกิดจากการคำนวณ และได้ค่าสีที่แน่นอน และเนื่องจาก CIS เป็นเทคโนโลยีที่ไม่ต้องใช้ Optical System Adjustments ซึ่งทำให้ scanner ที่ใช้เทคโนโลยี CIS มีราคาต่ำกว่า scanner ที่ใช้เทคโนโลยีอื่น ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ได้แก่ FB320P/620P

 

21. Light Source ใช้ LIDE (LED InDirect Exposure):

                เป็นเทคโนโลยีที่สามารถอ่านข้อมูลได้เต็มหน้ากระดาษต้นฉบับ โดยจะใช้หลอด Scanning Lamp ที่ยาวเต็มความกว้างของกระจดรองต้นฉบับ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ได้แก่ FB320P/620P

 

22. PhotoRealism:

                เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ภาพที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ระบบบับเบิ้ลเจ็ทมีคุณภาพดีเหมือนภาพถ่าย เมื่อพิมพ์ด้วยหมึกพิมพ์ภาพถ่าย BC-22, BC-22e, BC-06

 

23. Image Optimizer:

                เป็นเทคโนโลยีจากไดรฟ์เวอร์ของเครื่องพิมพ์ระบบบับเบิ้ลเจ็ทของแคนนอน ซึ่งจะช่วยปรับ ให้ภาพที่มีความละเอียดต่ำคมชัดยิ่งขึ้น รวมทั้งปรับรอยหยักของขอบภาพให้หายไปด้วย เช่นภาพที่ download จาก Internet เป็นต้น

 

24. Super Economy:

เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้พิมพ์งานได้ประหยัดกว่าปกติถึง 4 เท่า ซึ่งจะพบได้กับเครื่องพิมพ์ระบบบับเบิ้ลเจ็ทที่มี SP ต่อจากรุ่นของเครื่องพิมพ์

 

25. Photo Optimizer:

            เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยปรับภาพที่ได้จากการสแกนหรือจากกล้องดิจิตอลแล้วมืด เช่นภาพที่ได้จากการถ่ายย้อนแสง ฉากด้านหลังจะมืด หากใช้ฟังค์ชั่นนี้จะช่วยให้ภาพสว่างขึ้น

 

26. Drop Modulation:

            เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ภาพที่พิมพ์ออกจากเครื่องพิมพ์ระบบบับเบิ้ลเจ็ทละเอียดยิ่งขึ้น ด้วยระบบการพ่นหมึกที่สามารถปรับขนาดหยดหมึกเป็นขนาดเล็กและใหญ่ได้ ช่วยให้ภาพที่ได้คมชัดยิ่งขึ้น

 

27. P-Pop:

            เป็นเทคโนโลยีกันน้ำจากเครื่องพิมพ์รุ่น BJC-7000/7100 ช่วยให้ภาพที่พิมพ์ออกมาไม่เปียกน้ำ แม้จะใช้กระดาษธรรมดา

 

28. Dual Cartridge System:

            เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ตลับหมึกคู่จากเครื่องพิมพ์ BJC-5000/5100 เพื่อให้พิมพ์งานได้เร็วขึ้น เนื่องจากลดระยะการวิ่งของหัวพิมพ์เป็นครึ่งทาง รวมทั้งทำให้คุณภาพงานพิมพ์ละเอียดยิ่งขึ้นด้วย

 

29. Scan-in-Printer:

            เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้เครื่องพิมพ์เป็นได้ทั้งเครื่องพิมพ์และสแกนเนอร์ในตัวเดียวกัน

 

FrontPage